วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2553
"เฮียโต้นอนนี่ ... อ๊ะ...แอ๊ตต้าแบ่ง"
แอ๊ตต้ามาแย่งที่นอนอ๊อตโต้ พอเห็นเฮียมาแล้วก็จัดแจงกระเถิบแบ่งให้นอนข้างๆด้วยกัน
ที่นอนตัวเองมีก็ไม่เอา
ชอบมาแย่งเฮียนอนทุกที
อ๊อตโต้ก็ไม่ชอบให้แอ๊ตต้ามานอนตรงนั้น
เพราะพอนอนแบบนั้นเด็กๆจะอยู่ข้างขวาของหม่าม้ากันหมด
อ๊อตโต้อยากให้อยู่กันคนละข้าง
หม่าม้าจะได้นอนกอดอ๊อตโต้ได้เต็มๆ
ไม่ใช่กอดแล้วให้แอ๊ตต้าติดหม่าม้าก่อนถึงตัวอ๊อตโต้


โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของหม่าม้าที่ยกให้อ๊อตโต้ไว้ใช้ไปโรงเรียน
เริ่มจะแย่แล้วล่ะ
เครื่องดับเอง โทรไม่ได้
เปิดก็ติดมั่งไม่ติดมั่ง
หม่าม้าลองคิดดูแล้วคิดว่าถ้าซ่อมไปก็คงจะมีอะไรพังตามมาอีก
นี่ก็ซ่อมไป 2 หนแล้ว
ซ่อมมาแล้วก็ไม่ดีเต็ม 100 อยู่ดี
ของเก่าก็ต้องมีอะไหล่อะไรเสื่อมบ้างไปตามสภาพ
ใช้ไปไม่นานเดี๋ยวก็ต้องเอาไปซ่อมอีก
สุดท้ายตัดสินใจว่าซื้อใหม่ให้อ๊อตโต้ไปเลยแล้วกัน
อ๊อตโต้บอกมาว่าอยากได้ที่มีเกมส์เยอะๆ
ฟังเพลงได้ (MP3 การ์ตูนที่อ๊อตโต้ชอบ) และดูคลิปที่หม่าม้าเอามาจากคอม
แถมบอกว่าอยากได้แบบที่เอานิ้วจิ้มได้ (Touch Screen)
หม่าม้าซื้อให้ใหม่ แต่ไม่ใช่ตามใจไปหมด
ไม่อยากให้อ๊อตโต้ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ใช้แต่ของดีที่สุดและแพงเกินตัวมากเกินไป
หม่าม้าเลือกให้ตามการใช้สอยมากกว่า
แม้ราคามือถือใหม่สมัยนี้จะไม่แพง แค่ 850 ก็ซื้อได้แล้ว
แต่ก็เป็นแบบจอดำธรรมดา
แต่ที่หม่าม้าอยากจะซื้อเป็นจอสี ใช้งานง่ายๆ
และมีฟังก์ชั่นที่อ๊อตโต้อยากได้ มีการ์ดไว้เก็บเพลงและคลิปหลายอันที่อ๊อตโต้ชอบ
แม้จะไม่ครบที่อ๊อตโต้ขอไว้ เพราะไม่ใช่จอสัมผัสก็ตาม
เลยได้มาเครื่องละ 3 พันสอง ตอนที่ก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 บาท



หม่าม้ามีคำถามขึ้นมาในใจว่า มันแพงเกินไปไหม สำหรับเด็ก ป.1
แต่หม่าม้าเลือกรุ่นที่คิดว่าคุ้มค่ากับราคา
แม้จะดูแพงไปหน่อย แต่ถ้าถูกกว่านี้มันดูก๊องแก๊งเกินไปและมีอะไรให้ไม่มาก
รุ่น 1 พันกว่าทำอะไรแทบไม่ได้จริงๆสำหรับเด็กอ่านหนังสือไม่ออก
รุ่น 2 พันกว่า ไม่มีเมมโมรี่การ์ดให้ ที่สำคัญพลาสติกดูก๊องแก๊งมาก
ที่หม่าม้าต้องการที่สุดคือ ยี่ห้อ Nokia
เพราะใช้งานง่ายสำหรับเด็กกว่ายี่ห้ออื่น
หม่าม้าปรับรายชื่อสมุดโทรศัพท์ให้โชว์รูปภาพขึ้นมาด้วย
เวลาอ๊อตโต้จะโทรหาใครจะได้ดูเอาจากรูปคนเป็นหลัก
เวลาใครโทรเข้ามาก็โชว์รูปว่าเป็นใคร
เพราะอ๊อตโต้ยังอ่านหนังสือไม่ออก
อ่านออกแต่คำว่า dad กับ mom
หม่าม้าเอาภาพอ๊อตโต้มาทำเป็น Wallpaper ให้ใหม่
ใส่ชื่อ+รูปอ๊อตโต้ลงไปบนรูปที่เซ็ตเป็นพื้นหลังด้วย
ที่สำคัญคือมีข้อความให้ส่งคืนพร้อมเบอร์โทรหม่าม้า
เผื่ออ๊อตโต้ทำหายที่โรงเรียน
ใครเก็บได้จะได้รู้ว่ามือถือเครื่องนี้ของอ๊อตโต้
และโทรมาแจ้ง
ซิมยังเป็นซิมน้านนานเหมือนเดิม
เติมเงินทีนึงอยู่ได้เป็นปี
แต่หม่าม้าเปลี่ยนเบอร์โทรให้ใหม่
เพราะเบอร์เก่าจำยากชะมัด
ขนาดหม่าม้ายังจำไม่ได้เลยนี่หน่า
แล้วเด็กอย่างอ๊อตโต้จะจำเบอร์โทรตัวเองได้ยังไง





อ๊อตโต้กลับมาบอกว่าวันนี้อ๊อตโต้ได้ออกไปพูดหน้าห้องที่หม่าม้าเตรียมให้ไป 5 อย่างด้วย
หม่าม้าเอา รูปถ่ายอ๊อตโต้ตอน K1, ของเล่น BEN10, โดมิโน+รูปที่อ๊อตโต้นั่งเรียง,
รูปอ๊อตโต้ขี่จักรยานและเล่นสกู้ตเตอร์
และก็เอากล้องดิจิตอลที่อ๊อตโต้เคยใช้+นิตยสารที่อ๊อตโต้เพิ่งลง
ใน Real Parenting เรื่องถ่ายรูปติดไปด้วย
อ๊อตโต้บอกว่า ครูบอกว่าไม่รู้เลยว่าอ๊อตโต้เป็นสตาร์ด้วย
อ๊อตโต้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบเขินๆ
หม่าม้าฟังแล้วก็อดขำที่อ๊อตโต้เล่าไม่ได้
คิดว่าครูเห็นรูปอ๊อตโต้ลงในหนังสือ
แต่ครูอ่านภาษาไทยไม่ออกน่ะ
ว่าในนั้นเขียนอะไรไว้บ้าง
แต่ก็สบายใจที่อ๊อตโต้เอาตัวรอดได้อย่างที่คาดหวังไว้
แม้อ๊อตโต้จะไม่ได้เตรียมตัวหรือซ้อมอะไรกับหม่าม้าไว้เลยก็ตาม
เหมือนกับที่มีสอบภาษาจีน
ป๊าทบทวนให้คืนก่อนไปสอบ
อ๊อตโต้ทำท่าเหมือนจะไม่ได้ ป๊าเองก็ห่วงว่าจะทำไม่ได้
แต่อ๊อตโต้กลับทำผิดแค่ 1 จุด
ป๊าบอกว่าผิดคำสุดท้าย
น่าจะเพราะเริ่มไม่มีสมาธิมากกว่า
ป๊าบอกว่าเหมือนกีตาร์นั่นแหละ
ปากอ๊อตโต้บอกว่าทำไม่ได้ และทำอิดออดเป็นไม่รู้เรื่อง
แต่จริงๆแล้วรู้เรื่องน่ะ
เหมือนจะแกล้งซะมากกว่า
แกล้งแบบนี้หงุดหงิดคนสอนนะ
เพราะคนสอนก็นึกว่าสอนแล้วจำไม่ได้ซักที


กิจกรรมหลังเลิกเรียนที่หม่าม้าลงไว้ให้อ๊อตโต้
ได้หมดทั้ง 3 อย่าง
เปียโน, ฟุตบอล และทำขนม
หม่าม้าลังเลว่าจะยกเลิกบางอันออกดีไหม
เห็นอ๊อตโต้เริ่มมีการบ้าน
ต้องใช้เวลาทำ และต้องทบทวนอีก
ถ้าเรียนกิจกรรมหลังเลิกเรียน จะเลิกเย็นขึ้น
กว่าจะเลิกก็ปาเข้าไป 4 โมงเศษๆ
กว่าจะถึงบ้านก็ 5 โมงเย็นแล้ว
นั่งทำการบ้านในออฟฟิศถึงแค่ 5.30 ก็ต้องไปทานข้าวเย็น
กว่าจะกิน กว่าจะอาบน้ำเด็ก 2 คนเสร็จก็ไปเข้าไป 1 ทุ่มทุกที
หากต้องมานั่งทำการบ้านต่อให้เสร็จและทบทวนด้วย
วันนั้นอ๊อตโต้ก็แทบจะไม่ได้เล่นอะไรเลย
หม่าม้าขี้เกียจมารบกับอ๊อตโต้น่ะ
เพราะทำการบ้านแต่ละทีใช้เวลานานมาก
อ๊อตโต้ขอเล่นโน่นเล่นนี่ตลอด
แต่ถ้าวันไหนมีเรียนกิจกรรมหลังเลิกเรียน
วันนั้นอ๊อตโต้ก็ต้องห้ามอิดออด
เรียกให้มาก็ต้องมา
เรียกให้ทำอะไรก็ต้องทำ
ไม่อย่างงั้นจะเข้านอนตอน 2 ทุ่มครึ่งไม่ทันแน่เลย


นี่ขนาดโรงเรียนอ๊อตโต้ไม่ใช่แนววิชาการนะ
แต่ทำไมหม่าม้ารู้สึกว่าการบ้านมันเยอะขนาดนี้
วิชาภาษาอังกฤษการบ้านก็แค่ 2 หน้าหลวมๆ A4
และอ่านนิทานสั้นๆ 1 เรื่อง
ภาษาจีนก็แค่คัดไม่กี่ตัว
และอ่าน pinyin กับ ตัวอักษรจีน
คัดลายมือภาษาไทยวันละ 1 ตัว แค่ไม่กี่บรรทัด
แค่นี้อ๊อตโต้ยังต้องใช้เวลาทำการบ้านและทบทวนพอสมควร
คิดแล้วก็อดสงสารเด็กที่เรียนโรงเรียนแนววิชาการไม่ได้เหมือนกัน
เพราะแค่ขนาดของอ๊อตโต้หม่าม้ายังรู้สึกว่าเยอะ
ขืนอ๊อตโต้เรียนโรงเรียนไทยแบบวิชาการต้องแย่แน่ๆ
อ๊อตโต้ไม่ใช่เด็กขยันอะไรขนาดนั้น
มิน่าล่ะ เพื่อนหม่าม้าที่ลูกเรียน EP แบบวิชาการบอกว่าแม่เหนื่อยมาก
เพราะต้องคอยเตรียมการเรียนการสอนให้ลูกทุกวัน
ต้องคอยรบเรื่องการบ้านและทบทวนกับลูก
เด็กสมัยนี้นี่เรียนเหนื่อยจริงๆนะ
ที่สำคัญพ่อแม่น่ะต้องเหนื่อยตามไปด้วย
เพราะถ้าพ่อแม่ไม่คอยเอาใจใส่
เด็กก็คงจะยิ่งไม่ทันไปกันใหญ่
ยิ่งสมัยนี้นิยมเรียนกวดวิชากัน
และแข่งขันเรื่องเรียนกันมากขึ้น
อ๊อตโต้ไม่ได้เรียนพิเศษเสริม
เพราะงั้นหม่าม้าก็ต้องพยายามช่วยเหลือให้มาก
ไม่รู้ว่าอีกหน่อยจะเป็นยังไงเหมือนกันนะ
คนเป็นพ่อเป็นแม่จะยิ่งเหนื่อยมากกว่านี้กี่เท่ากันเนี่ย